ระบบนิเวศป่าชายเลน
ระบบนิเวศป่าชายเลนเป็นระบบนิเวศที่มีความซับซ้อน
มีหน้าที่เป็นปราการเชื่อมต่อระหว่างระบบนิเวศบนบกและนิเวศทางทะเล โดยทำหน้าที่ช่วยเก็บกักตะกอนและกลั่นกรองความสกปรกที่มาจากกิจกรรมบนบก
และยังมีหน้าที่ช่วยรักษามวลดินและหน้าดินไม่ให้ถูกพัดพาออกจากขอบฝั่งและริมตลิ่ง
นอกจากนี้ ระบบนิเวศป่าชายเลนยังเป็นแหล่งผลิตออกซิเจน
และเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพของสิ่งมีชีวิตสูง เหมาะแก่การท่องเที่ยวและศึกษาวิจัย
ระบบนิเวศป่าชายเลนป่าชายเลนในประเทศไทยมีสถานภาพแตกต่างกัน
ทั้งในด้านพืชพรรณ ลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ ลักษณะทางสังคมเศรษฐกิจ
และวัฒนธรรมของชุมชนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียง
จึงเป็นสาเหตุให้ระบบนิเวศป่าชายเลนในแต่ละพื้นที่มีสภาพปัญหาแตกต่างกัน
ทั้งนี้อาจสรุปปัญหาได้ 3ลักษณะ คือ
1. พื้นที่ป่าชายเลนที่คงสภาพเป็นป่าอยู่ แต่มีชุมชนเข้าไปอาศัยอยู่
และใช้ประโยชน์ต่าง ๆ พื้นที่บางส่วนถูกบุกรุก ได้แก่ ป่าชายเลนบริเวณฝั่งอันดามัน
จังหวัดพังงา ระนอง กระบี่ ตรัง สตูล และภูเก็ต
2. พื้นที่ป่าชายเลนที่มีการบุกรุกเข้าไปใช้ประโยชน์
และเปลี่ยนแปลงเป็นนากุ้ง เช่น บริเวณอ่าวไทยภาคตะวันออกและภาคใต้
ของจังหวัดจันทบุรี สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช
3. พื้นที่ป่าชายเลนที่มีเอกสารสิทธิ์ครอบครองและใช้ประโยชน์แต่ไม่คุ้มทุน
เช่น การปลูกป่าชายเลนหรือการทำนากุ้ง จึงมีการขายให้กับนายทุน
ตลอดจนการใช้ที่ดินไม่เหมาะสม จนเกิดการกัดเซาะชายฝั่ง ได้แก่
พื้นที่ป่าชายเลนในจังหวัดสมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี
และฉะเชิงเทรา
พื้นที่ป่าชายเลนบริเวณชายฝั่งทะเลอ่าวไทย แบ่งเป็น
ชายฝั่งภาคตะวันออกตอนนอก (จังหวัดตราด จันทบุรี และระยอง) ชายฝั่งอ่าวไทยตอนใน
(จังหวัดชลบุรี ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ สมุทรสงคราม สมุทรสาคร และเพชรบุรี)
อ่าวไทยฝั่งตะวันตกตอนกลาง (จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี)
และอ่าวไทยตะวันตกตอนล่าง (จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และปัตตานี)
บริเวณดังกล่าวมีพื้นที่ป่าชายเลนตั้งแต่ปี พ.ศ.2539-2547 ดังแสดงในตารางที่ 1
ตารางที่ 1 พื้นที่ป่าชายเลนบริเวณชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539-2547
|
จังหวัด
|
พื้นที่ป่าชายเลน (ไร่)
|
||
|
พ.ศ. 2539
|
พ.ศ. 2543
|
พ.ศ. 2547
|
|
|
ตราด
|
47,086.50
|
59,482.00
|
67,504.00
|
|
จันทบุรี
|
24,332.25
|
78,580.00
|
73,712.00
|
|
ระยอง
|
4,103.00
|
11,764.00
|
8,709.00
|
|
ชลบุรี
|
575.00
|
4,461.00
|
4,510.00
|
|
ฉะเชิงเทรา
|
3,015.75
|
10,917.00
|
7,812.00
|
|
สมุทรปราการ
|
1,858.00
|
7,218.00
|
9,164.00
|
|
สมุทรสงคราม
|
7,156.25
|
15,957.00
|
14,112.00
|
|
สมุทรสาคร
|
10,601.75
|
19,252.00
|
14,909.00
|
|
เพชรบุรี
|
12,938.25
|
19,168.00
|
6,511.00
|
|
ประจวบคีรีขันธ์
|
268.75
|
3,122.00
|
2,706.00
|
|
ชุมพร
|
19,898.75
|
45,292.00
|
40,535.00
|
|
สุราษฎร์ธานี
|
19,886.25
|
58,127.00
|
32,510.00
|
|
นครศรีธรรมราช
|
52,601.00
|
58,876.00
|
88,099.00
|
|
พัทลุง
|
881.25
|
1,354.00
|
2,041.00
|
|
สงขลา
|
3,896.50
|
21,806.00
|
6,395.00
|
|
ปัตตานี
|
6,906.75
|
26,440.00
|
23,229.00
|
|
นราธิวาส
|
-
|
-
|
113.00
|
พื้นที่ป่าชายเลนบริเวณชายฝั่งทะเลอันดามันได้แก่ จังหวัดระนอง พังงา
กระบี่ ตรัง ภูเก็ต และสตูล ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีพื้นที่ป่าชายเลนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539-2547 ดังแสดงในตารางที่ 2
ตารางที่ 2 พื้นที่ป่าชายเลนบริเวณชายฝั่งทะเลอันดามันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539-2547
|
จังหวัด
|
พื้นที่ป่าชายเลน (ไร่)
|
||
|
พ.ศ. 2539
|
พ.ศ. 2543
|
พ.ศ. 2547
|
|
|
ระนอง
|
120,229.00
|
170,335.00
|
158,343.00
|
|
พังงา
|
190,265.25
|
262,738.00
|
271,628.00
|
|
ภูเก็ต
|
9,448.00
|
11,725.00
|
10,593.00
|
|
ตรัง
|
150,596.75
|
223,677.00
|
204,642.00
|
|
กระบี่
|
176,596.75
|
219,338.00
|
224,217.00
|
|
สตูล
|
183,402.00
|
245,822.00
|
215,803.00
|
·
โครงสร้างของป่าชายเลน
ป่าชายเลนเป็นระบบนิเวศที่ประกอบด้วยพืชพรรณและสัตว์นานาชนิด
ดำรงชีวิตร่วมกันในสภาพแวดล้อมที่เป็นดินเลน น้ำกร่อย
หรือมีน้ำทะเลท่วมถึงสม่ำเสมอ พบทั่วไปตามที่ราบปากแม่น้ำ ชายฝั่งทะเล ทะเลสาบ
และบริเวณรอบเกาะแก่งต่างๆ
หลักการในการจำแนกชนิดของป่าชายเลนในประเทศไทย
ซึ่งใช้ลักษณะพื้นที่และการท่วมถึงของน้ำทะเลมี 4 ชนิด คือ
Basin forest เป็นชนิดป่าชายเลนที่ขึ้นติดกับผืนแผ่นดินใหญ่ (main land) ตามลำแม่น้ำเล็กๆ จะได้รับอิทธิพลจากน้ำทะเลน้อยมาก กล่าวคือ
น้ำทะเลจะท่วมถึงเฉพาะเวลาที่มีน้ำทะเลขึ้นสูงสุด (extreme high tide) เท่านั้น และมีอิทธิพลจากน้ำจืดมาก
ลักษณะพันธุ์ไม้จะเป็นต้นเตี้ยและพวกเถาวัลย์
Riverine forest เป็นชนิดป่าชายเลนที่ขึ้นอยู่บริเวณชายฝั่งแม่น้ำใหญ่ๆที่ติดต่อกับอ่าว
ทะเล และทะเลสาบ ป่าประเภทนี้ได้รับอิทธิพลจากน้ำทะเลอยู่อย่างสม่ำเสมอ
คือจะมีกระแสน้ำท่วมอยู่เป็นประจำวัน โดยพันธุ์ไม้จะเจริญเติบโตค่อนข้างสมบูรณ์ดี
Fringe forest เป็นชนิดป่าชายเลนที่ขึ้นตามชายฝั่งทะเลติดกับผืนแผ่นดินใหญ่
หรือบริเวณชายฝั่งที่เป็นเกาะใหญ่ๆ ได้รับอิทธิพลจากน้ำทะเลอยู่สม่ำเสมอ
คือน้ำทะเลจะท่วมถึงอยู่เป็นประจำวัน พันธุ์ไม้ของป่าจะเจริญเติบโตได้ดี
และเป็นป่าที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์
Overwash forest เป็นชนิดป่าชายเลนที่ขึ้นอยู่บนเกาะเล็กๆ
จะถูกน้ำทะเลท่วมทั้งหมดเมื่อระดับน้ำทะเลขึ้นสูงสุด
การเจริญเติบโตของป่าชนิดนี้ต่ำ เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากลมและน้ำทะเลมาก
อีกประการหนึ่งคือ พวกปุ๋ยและธาตุอาหารในป่าชนิดนี้จะถูกชะไปโดยกระแสน้ำออกจากป่าเป็นส่วนใหญ่
ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้การเจริญเติบโตของป่าชนิดนี้ไม่ดีและป่าจะมีลักษณะเตี้ย


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น